ใช้ “ตลาดผลไม้เมืองผิงเสียง” เป็นประตูผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน

“พาณิชย์”ชี้ช่องใช้ “ตลาดผลไม้เมืองผิงเสียง” เป็นประตูผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีน
นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ทำการสำรวจลู่ทางและโอกาสในการส่งออกผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยพบว่า “ตลาดผลไม้เมืองผิงเสียง” ที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของจีน เป็นตลาดที่สามารถใช้เป็นประตูให้กับผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดจีนได้ เพราะผลไม้ที่เข้าทางด่านโหย่วอี้กวาน เมืองผิงเสียง

มีความสะดวกสบาย มีการบริหารจัดระบบโลจิสติกส์ดี และผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผลไม้ ไม่เน่าเสีย

สำหรับผลไม้ที่มีการนำเข้าผ่านทางด่านโหย่วอี้กวานนั้น ส่วนใหญ่เป็นมังคุด เงาะ ทุเรียน ลองกอง ชมพู่ แก้วมังกร มะพร้าว มะม่วง แตงโม กล้วย ขนุน และน้อยหน่า เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากไทย เวียดนาม และกัมพูชา จึงถือเป็นโอกาสของผลไม้ไทยที่จะขยายตลาดเข้าสู่จีน โดยใช้ช่องทางนี้ เพราะเป็นเส้นทาง ทางบกที่สั้นที่สุด เช่น ผลไม้ไทยที่ส่งถึงกวางโจวโดยทางทะเล ต้องใช้เวลา 12-13 วัน แต่ถ้าเข้าด่านผิงเสียงโดยตรง จะใช้เวลา 5 วันเท่านั้น โดยขนสินค้าผ่านทางมุกดาหาร เข้าสะหวันนะเขตของลาว ผ่านเวียดนามไปยังด่านของเมืองผิงเสียง

นอกจากนี้ สินค้าไทยที่เข้าสู่ตลาดจีนผ่านด่านของเมืองผิงเสียง สามารถกระจายไปยังมณฑลกว้างตุ้ง เจียงซู เจ้อเจียง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และมณฑลอื่นๆ ของจีนที่เป็นตลาดบริโภคผลไม้ได้ด้วย เพราะปัจจุบันนี้ ด่านเมืองผิงเสียงเป็นด่านที่นำเข้าผลไม้หลักของจีน โดยผลไม้ที่นำเข้าจากอาเซียนไปยังจีนปริมาณ 2.5 ก.ก. จะมีมากถึง 2 ก.ก.ที่เข้าทางด่านนี้

ขณะเดียวกัน เมืองผิงเสียงยังได้ดึงดูดให้บริษัทอีคอมเมิร์ซ มาดำเนินธุรกิจค้าผลไม้ในเมืองเป็นจำนวนมาก โดยมีบุคลากรด้านอีคอมเมิร์ซมากกว่า 5,000 คน และได้ก่อตั้งสมาคมอีคอมเมิร์ซ 2 แห่ง และมีบริษัทผลไม้ที่เป็นสมาชิกมากกว่า 260 ราย และสมาคมผลไม้ 3 แห่ง ซึ่งผลไม้ไทยที่เข้าทางด่านนี้ ก็สามารถขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเข้าสู่ตลาดจีนได้ด้วย

นางจันทิรากล่าวต่อว่า ทางเมืองผิงเสียงกำลังก่อสร้างโครงการแปรรูปผลไม้จีน-อาเซียน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโหย่วอี้กวาน มีพื้นที่ประมาณ 41.65 ไร่ พื้นที่อาคารประมาณ 5 หมื่นตารางเมตร โดยเมื่อโครงการสร้างเสร็จจะมีการนำผลไม้เข้าสู่กระบวนการแปรรูปมากขึ้น จึงเป็นโอกาสของผู้ส่งออกผลไม้ไทยที่
จะส่งวัตถุดิบป้อนให้กับอุตสาหกรรมแปรรูปผลไม้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2559 ที่ด่านผิงเสียง มีการนำเข้าและส่งออกผลไม้คิดเป็นปริมาณกว่า 2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 44.3% จากปี 2558 และในช่วง 3ไตรมาสของปี 2560 (ม.ค.-ก.ย.) มีการนำเข้าและส่งออกจำนวน 1.75ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.02% ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 50.28% ของการนำเข้าผลไม้ของทั้งประเทศจีน ส่วนโครงสร้างการบริโภคผลไม้ของชาวจีน แบ่งเป็นผลไม้สด 70% ผลไม้อบแห้ง 23% และสินค้าแปรรูปจากผลไม้ 7% มีอัตราการบริโภคผลไม้ต่อคนต่อปีคิดเป็น 1.7 กิโลกรัม (กก.) ส่วนคนอเมริกา 23 กก. ญี่ปุ่น 16 กก. อินโดนีเซีย 6.6 กก. และไทย9.6 กก. ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีโอกาสขยายตลาดผลไม้ในจีนได้อีกมาก เพราะคนจีนยังบริโภคผลไม้กันน้อย

ภาพรวมแล้ว สินค้าผลไม้ไทยส่งออกไปยังตลาดโลก ในปี 2560 คิดเป็นมูลค่า 76,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 41 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ตลาดส่งออกหลักของไทย ได้แก่ เวียดนาม จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ โดยมูลค่าส่งออกผลไม้ไทยไปจีนสูงถึง 22,284 ล้านบาท

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก ข่าวคมชัดลึก