สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

สนุกไปกับการเรียนรู้หลากหลายชีวิตสัตว์โลกน่ารักในสวนสัตว์เปิดที่มีประวัติความเป็นมายาวนานแห่งหนึ่งของเมืองไทย ที่นี่ไม่เพียงมีสัตว์หลากหลายชนิดคอยสร้างความเพลิดเพลินให้กับนักท่องเที่ยวเท่านั้น หากยังมีบริการที่พัก ห้องประชุมสัมมนา และกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น ไนท์ซาฟารี ชมขบวนเพนกวินพาเหรด

โบราณสถานวัดเกาะกลาง

โบราณสถานที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งของลำพูน ซึ่งมีการค้นพบโบราณวัตถุและชิ้นส่วนประติมากรรมปูนปั้นมากมายที่มีอายุร่วมสมัยกับยุคล้านนาตอนต้น หรือประมาณ 700 ปีมาแล้ว ได้รับอิทธิพลจากศิลปะหริภุญชัย รวมทั้งการขุดค้นพบรูปแบบสถาปัตยกรรมคติทวารดี ซึ่งถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญยิ่งของเมืองไทย

สุสานหอย 45 ล้านปี

สุสานหอยอยู่ในบริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17 กม.มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นหอยขม มีขนาดยาวประมาณ2 เซนติเมตร ซากหอยเหล่านี้ได้ทับถมกันจนกลายเป็นสุสานหอยโดยมีน้ำประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็งทับอยู่ชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดาน นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติเมื่อแผ่นดินบริเวณนี้ยกตัวขึ้นสูงซากหอยดึกดำบรรพ์เหล่านี้ จึงปรากฏให้เห็นเป็นลานหินกว้างใหญ่ยื่นลงไปในทะเล และเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก ช่วงแรกประมาณกันว่าสุสานหอยแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อ 75 ล้านปีมาแล้วต่อมาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการค้นพบหลักฐานด้านธรณีวิทยามีมากขึ้นจึงกำหนดอายุของสุสานหอย ใหม่เหลือประมาณ 40-20 ล้านปี

สถานีพัฒนาป่าชายเลนที่ 2 ลุ่มน้ำเวฬุ

สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 ลุ่มน้ำเวฬุ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าสอน ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี โดยอยู่บนเส้นทางถนนสุขุมวิทช่วงกิโลเมตรที่ 374 – 375 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 18 กิโลเมตร ที่ตั้งของสถานีฯ แห่งนี้เป็นป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ มีเนื้อที่ประมาณ 120,000 ไร่ ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภายใต้ชื่อ “เวฬุ เว็ทแลนด์ (Welu Wetland)”

พระบรมมหาราชวัง

พระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในปัจจุบัน พระบรมมหาราชวังใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ตามพระราชประเพณี เป็นที่รับแขกเมือง และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งเป็นที่ตั้งพระบรมศพและพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

สำหรับคนรักประวัติศาสตร์ ที่นี่ล่ะใช่เลย! เพราะคุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ในบทหนึ่งแห่งสมัยสุโขทัยที่คนไทยภาคภูมิ ที่นี่ครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลสารจิตร ตำบลหนองอ้อ และตำบลท่าชัย สำหรับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยนั้น อยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย เดิมชื่อว่า “เมืองเชลียง” แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ศรีสัชนาลัย” ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ น่าตื่นตาด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง และสำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง แต่ละแห่งล้วนจุคุณค่าแห่งอดีตกาลที่น่าเรียนรู้

พระธาตุท่าอุเทน (Prathat Tha Uthen)

อยู่บ้านท่าอุเทน ใกล้กับที่ว่าการอำเภอท่าอุเทน และอยู่ตรงข้ามกับเมืองหินบูรณ์ แขวงคำม่วง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนเป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่าง ๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ และชั้นที่ 3 คือเจดีย์องค์ใหญ่ สูงประมาณ 15 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2454 พระธาตุนี้เป็นศิลปกรรม และปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง

หาดลิปะน้อย

หาดลิปะน้อย ตั้งอยู่บนชายหาดด้านฝั่งตะวันตกของเกาะสมุย เป็นชายหาดที่มีความเป็นธรรมชาติอยู่มากยังไม่มีผู้คนอาศัยอยู่มากนัก เหมาะแก่การพักผ่อนริมหาด หรือดำน้ำดูปะการัง จากหาดทรายท่านสามารถมองวิวทิวทัศน์ ท้องฟ้าและน้ำทะเลสีคราม ชายหาดปลอดภัยสามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่พักบนหาดลิปะน้อยนั้นยังมีบริการไม่มากนัก ณ ชายหาดแห่งนี้

คลองร้อยสาย

ล่องเรือชมหิ่งห้อยท่ามกลางป่าชายเลนบริสุทธิ์ ชมบ้านโบราณเก่าแก่ที่ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี สนุกกับวิถีประมงพื้นบ้าน และอีกสารพัดกิจกรรมที่จะทำให้คุณรับรู้ถึงความสุขที่เรียบง่ายของคลองร้อยสาย ชุมชนที่ใช้ชีวิตอยู่ในความธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา ที่นี่ยังคงใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการสัญจรไปมา

บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์

เรือนปั้นหยาอายุกว่า 108 ปีหลังนี้ สร้างขึ้นโดยนายเขียน มาลยานนท์ ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็น “ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์” นายอำเภอเมืองกลาย ซึ่งต่อมาได้ใช้บ้านและที่ดินเปิดเป็นโรงเรียนรัฐวุฒิวิทยาและเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนนครวิทยาในที่สุด เมื่อปีพ.ศ. 2482 ทว่าหลังจากนั้นได้ปิดตัวลงเมื่อปี พ.ศ. 2529 และต่อมาในภายหลังนายสำราญ ตรีสัตยพันธุ์ ทายาทของขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ได้ดำเนินการบูรณะปรับปรุงบ้านหลังนี้อีกครั้งฟื้นฟูสู่สภาพที่สวยงามพร้อมกับเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เยี่ยมชมและศึกษาสำหรับผู้ที่มีความสนใจอย่างแท้จริง